ตลาดเก้าห้อง 100 ปี ✿

 

1242805019

*★·´¯`·☆*·´¯`·*★*·´¯`·*☆·´¯`·★*

ตลาดห้องแถวเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี สมัยต้นรัชกาลที่ 5 สร้างมาตั้งแต่ พ.ศ. 2449-2479 เป็นเรือนไม้ปลูกติดกันเป็นแถวยาวเลียบแม่น้ำท่าจีน สร้างโดย “นายบุญรอด เหลียงพานิช” หรือนายฮง หรือเจ๊กรอด ตามที่ชาวบ้านเรียกขานกัน แต่เดิมเป็นศูนย์กลางการค้าและการคมนาคมติดต่อค้าขายของเมืองสุพรรณ เคยซบเซาไปช่วงหนึ่ง ก่อนที่ชาวชุมชนจะร่วมใจกันฟื้นฟูให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ชื่อตลาดเก้าห้อง นำมาจากบ้านเก้าห้อง ซึ่งเป็นบ้านของขุนกำแหงฤทธิ์ ผู้นำชุมชนในสมัยก่อน ตัวตลาดแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ตลาดบน ตลาดกลาง และตลาดล่าง มีของซื้อของขายมากมายให้เลือกสรร และมีสิ่งน่าสนใจ เช่น หอดูโจร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2477 เป็นหอก่ออิฐถือปูน กว้าง 3 x 3 เมตร สูงประมาณตึก 4 ชั้น แต่ละชั้นจะมีการเจาะรูไว้สำหรับใช้ส่องดูโจร ซึ่งมีชุกชุมในสมัยก่อน

Kaohong3

 

หอส่องโจร

หลายคนคงจะรับทราบอยู่แล้วว่าชื่อ “บ้านเก้าห้อง” เป็นชื่อของบ้านเรือนหลังหนึ่งซึ่งในปัจจุบันตั้งอยู่ทางฝั่งซ้ายหรือฝั่งตะวันออกของแม่น้ำท่าจีนติดกับวัดลานคาทางทิศใต้ คือบ้านเลขที่ 4 หมู่ 3 ตำบลโคกคราม อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งเป็นบ้านที่ขุนกำแหง (ชื่อเดิมคือ “วันดี”) ผู้นำชุมชนชาวพวนกลุ่มหนึ่งที่อพยพมาจากเมืองเชียงขวาง เมืองเวียงจันทน์ อาณาจักรล้านช้าง หรืออาณาจักรลาวในอดีต (ปัจจุบันชื่อ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว) ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2370 เป็นผู้สร้างขึ้นตามคำทำนายของโหรว่าต้องปลูกบ้านเป็น 9 ห้องแทนการปลูกบ้านเป็น 3 ห้อง หรือ 4 ห้องตามแบบเดิมซึ่งได้เกิดเพลิงไหม้เผาผลาญจนหมดสิ้นถึงสามครั้ง ซึ่งขุนกำแหงมีบทบาทสำคัญในการปกครองชุมชนชาวพวนในท้องถิ่นที่เป็นประโยชน์ต่อทางราชการของประเทศสยามในสมัยนั้น อย่างไรก็ตาม คาดว่ายังคงมีอีกหลายท่านที่อาจต้องการความชัดเจนเพิ่มเติมว่า ลักษณะของบ้านเป็นอย่างไรหรือจึงเรียกว่า “บ้านเก้าห้อง” (สำเนียงภาษาพวนออกเสียงว่า “บ๊านเก๊าฮ้อง”)

ตลาดเก้าห้องเปิดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดเทศกาล

10782

การเดินทาง

มาจากกรุงเทพฯ วิ่งตามถนนสาย ๓๔๐ (ถนนสายตลิ่งชัน – สุพรรณบุรี ) ก่อนจะถึงทางแยกเข้าอำเภอบางปลาม้าประมาณ ๑๐๐ เมตร ทางซ้ายมือผ่านวัดลาดหอยและปั๊มน้ำมันคาลเท๊กซ์ มีทางแยกซ้ายติดกับปั๊มให้เลี้ยวเข้าไป (มีป้ายบอกทาง) ผ่านวัดสวนหงส์ จะมีทางเป็นสามแยก เลี้ยวขวาตรงไปเรื่อยๆไม่ไกลจะถึงตลาดเก้าห้องๆนี้จะอยู่ตรงกันข้ามวัดบานหมี่ จอดรถได้ที่หน้าตลาดสด หรือสถานีดับเพลิง มีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกตลอดเวลา

1196004158

d

id_47973_2

4173_1243760428_1

Advertisements

สามชุก ตลาดร้อยปี

ย้อนเวลา … ค้นหาภาพความทรงจำที่อาจลืมเลือน ภาพอดีตที่ยังคงอยู่ แม้เวลาจะผ่านไปแสนนาน ตลาดเก่าที่มีชีวิต และคอยเล่าเรื่องราวของวันเวลาที่กำลังจะจางหายไปจากความรู้สึก และความทรงจำให้กับผู้คนที่ผ่านมายังตลาดแห่งนี้                                                  418128_328157580567288_1483704637_n

ตัวอำเภอยังเป็นตลาดเก่าที่สร้างด้วยไม้เรียงติดกัน อยู่ริมฝังตะวันตกของแม่น้ำท่าจีน ภาพวิถีชีวิตของผู้คนในชุมชน, สถาปัตยกรรมโบราณ เชิงชายไม้แกะสลัก อาคารพิพิธภัณฑ์บ้านขุนจำนงค์ จีนารักษ์ – ร้านขายยาจีน – ไทยโบราณ – ร้านกาแฟโบราณ – ร้านถ่ายรูปโบราณ ฯลฯ ยังคงมีสภาพ และรูปแบบเดิมเหมาะแก่การอนุรักษ์ และรักษาให้เป็นบันทึกของชีวิตริมแม่น้ำท่าจีนอีกแห่งหนึ่ง …

ถ้าจะพูดถึงความเป็นมาของ “ตลาดสามชุก” นั้น คงต้องบอกกันว่าตลาดแห่งนี้เป็นตลาดเก่าแก่ที่มีอายุอานามมานับ 100 ปี ซึ่งแต่เดิมในอดีตที่ตั้งของตลาดนี้นับเป็นจุดแลกเปลี่ยน ติดต่อค้าขายที่สำคัญของจังหวัดสุพรรณบุรี เพราะด้วยความที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีนจึงทำให้ชุมชนบริเวณนี้คึกคักไปด้วยกลุ่มชาวไทยเชื้อสายจีนที่เข้ามาตั้งรกรากทำมาหากินกันเป็นจำนวนมาก แต่ต่อมาเมื่อการสัญจรทางบกเข้ามาแทนที่ จึงทำให้การเดินทางทางน้ำค่อยๆ ลดบทบาทลง และตลาดสามชุกเอาก็เริ่มซบเซาลงเช่นกัน แต่เสน่ห์ของประวัติศาสตร์ชุมชน วิถีชีวิตที่ยังคงอยู่แบบดั้งเดิมไว้ รวมถึงอาคารบ้านไม้เก่าแก่ที่ชาวชุมชนยังคงรักษาไว้เป็นอย่างดี จึงทำให้เอกลักษณ์เหล่านี้สามารถดึงดูดให้ผู้คนกลับมาเที่ยวที่ตลาดสามชุก ความเข้มแข็งของคนในชุมชนที่ช่วยกันอนุรักษ์ตลาดและที่อยู่ของตนไว้ นับเป็นอาวุธสำคัญที่ช่วยคืนชีวิตชีวาให้ตลาดอีกครั้งอย่างที่เราเห็นในปัจจุบัน

417710_328157543900625_173238226_n

…ของฝากจากตลาดสามชุก…

*.:。✿*゚‘゚・✿.。.:* *.:。✿*゚’゚・✿.。.:* *.:。✿*゚¨゚・ ✿.。.:* *.:。✿*゚¨゚・ ✿.。.:*

เมื่อเราเที่ยวกันมาจนเหนื่อยแล้ว เราก็มาหาของกินอร่อยๆ ทานกันเถอะค่ะ ซึ่งตลาดสามชุกนั้น เรียกได้ว่าเป็นแหล่งรวบรวมของกินมากมายในทุกท่านได้เลือกหารับประทานกันเลยค่ะ แต่วันนี้ฟอฟางจะนำทุกท่านมาทานของขึ้นชื่อของตลาดสามชุก เรียกว่าถ้ามาสามชุกแล้วไม่ได้ทานถือว่ามาไม่ถึงกันเลยทีเดียวค่ะ ไปดูกันเลยยยยยยยยย !

– ร้านหรั่งศรีโรจน์ ต้นตำรับข้าวห่อใบบัวแห่งตลาดสามชุก

เมื่อเอ่ยถึงสามชุก ตลาดเก่าแห่งเมืองสุพรรณบุรี เชื่อได้ว่าทุกวันนี้ไม่มีใครไม่รู้จัก แม้ว่าตลาดแห่งนี้จะเคยซบเซาไปบ้าง แต่หลังจากได้รับรางวัล อนุรักษ์มรดกด้านวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเซียแปซิฟิก ประจำปี 2552 หรือรางวัลคุณงามความดี Award of Merit จาก Unesco (องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ) ทำให้ตลาดเก่าแห่งนี้ดูมีชวิตชีวาขึ้นมาถนัดตา และวันนี้เราจะไปแวะไปเที่ยวตลาดสามชุก และชิมข้าวห่อใบบัว ที่ร้าน หรั่งศรีโรจน์ ร้านนี้สืบทอดมาตั้งแต่รุ่นพ่อ ขายมาแล้ว 30 ปี                                                                     490606_b37bc7a0f830afc9d41c4372fc54284e-620x392

4849391522_f68458ac19

(¯`°.•°•.★* *★ .•°•.°´¯)

เนื้อเรื่องย่อ

วัดป่าเลไลยก์ ♥

วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับวัดที่เรียกได้ว่าเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดสุพรรณบุรีและเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างมาก เพราะเป็นวัดที่ใหญ่และมีอายุยาวนาน เรียกได้ว่าใครมาสุพรรณบุรีแล้วไม่มาวัดนี้ ถือว่ามาไม่ถึงสุพรรณฯ กันเลยทีเดียวค่ะ…

วัดป่าเลไลยก์ อำเภอเมือง จ.สุพรรณบุรี
กล่าวกันเสมอมาว่า ถ้ามาเมืองสุพรรณ แล้วไม่ได้แวะมากราบไหว้หลวงพ่อโต วัดป่าเลไลยก์ ก็เหมือนมาไม่ถึงเมืองสุพรรณ ด้วยที่วัดป่าเลไลยก์เป็นวัดสำคัญ คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดสุพรรณ เป็นวัดที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน เป็นสถานที่หนึ่งในวรรณคดีเรื่อง ขุนช้าง-ขุนแผน ในช่วงวันหยุดจะมีผู้คนมากมายมากราบไหว้ขอพร และยิ่งเป็นวันหยุดยาว จะเป็นที่ที่คนนิยมมากเป็นอันดับต้นๆของจังหวัดสุพรรณ
ถ้าหากมีโอกาสมาเมืองสุพรรณ สถานที่แรกที่ไม่ควรผ่านเลย… แวะชมความงดงามขอหลวงพ่อโต และกราบไหว้เพื่อเป็นศิริมงคล

spr_att650003002

 https://www.youtube.com/watch?v=j5lyut-A-so

งานอนุสรณ์ดอนเจดีย์ ๒๕๕๘

อนุสรณ์ดอนเจดีย์
และงานกาชาดจังหวัดสุพรรณบุรี ประจำปี 2558
วันที่ 18 มกราคม –1 กุมภาพันธ์ 2558
ณ บริเวณพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี

PNOHT580112001010802

จังหวัดสุพรรณบุรี ร่วมกับหน่วยงานในภาครัฐและเอกชน กำหนดจัดงาน “อนุสรณ์ดอนเจดีย์ และงานกาชาดจังหวัดสุพรรณบุรี ประจำปี 2558 ” ในระหว่างวันที่ 18 มกราคม –1 กุมภาพันธ์ 2558 ณ บริเวณพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อเชิดชูวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชาติไทย และร่วมรำลึกถึงสมเด็จพระนเรศวรมหาราชที่สามารถกอบกู้เอกราชให้ชาติไทยมีความเป็นอิสระมาจนทุกวันนี้ ตลอดจนเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดสุพรรณบุรี